จากยองฮี ถึงฮันจองชิก: ‘Squid Game’ ซีซั่น 3 หยิบเกมวัยเด็กเกาหลีคืนชีพ พร้อมเรียกคืนความทรงจำ

You are currently viewing จากยองฮี ถึงฮันจองชิก: ‘Squid Game’ ซีซั่น 3 หยิบเกมวัยเด็กเกาหลีคืนชีพ พร้อมเรียกคืนความทรงจำ

คำเตือน: เนื้อหามีสปอยล์

หลังล้มเหลวในการก่อกบฏ ตัวเอกของ “Squid Game” อย่าง กีฮุน (รับบทโดย อีจองแจ(Lee Jung-jae) รู้สึกผิดและไร้หนทาง เขาเชื่อว่าหลายชีวิตต้องจบลงเพราะการตัดสินใจของเขาเอง เขาถึงกับไม่สามารถร่วมโหวตเพื่อตัดสินว่าจะให้เกมดำเนินต่อไปหรือไม่
ท่ามกลางความหายนะนี้ เขาหันไปโทษ แดโฮ (รับบทโดย คังฮานึล(Kang Ha-neul) ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แผนล้มเหลว เพราะแดโฮซึ่งมีหน้าที่ไปนำแมกกาซีนกระสุนมากลับหนีไปเพราะความกลัว
ในขณะที่กีฮุนยังคงถูกหลอกหลอนจากความล้มเหลวและความตายที่เกิดขึ้น ฟ้าก็เริ่มสว่าง และเกมใหม่ที่โหดร้ายยิ่งกว่าก็เริ่มต้นขึ้นใน “Squid Game” ซีซั่น 3

เหมือนเช่นที่ผ่านมา ซีซั่นใหม่นี้ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมเกาหลี ตั้งแต่การตีความเกมเด็กและเพลงกลอนให้กลายเป็นฝันร้าย ไปจนถึงฉากยุคเรโทร และอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยยึดโยงผลงานระดับโลกนี้ไว้กับเอกลักษณ์ของเกาหลีอย่างลึกซึ้ง

ยองฮีและชอลซู

ในซีซันนี้ มีการแนะนำหุ่นยนต์ตัวใหม่ชื่อ “ชอลซู” มายืนคู่กับ “ยองฮี” หุ่นยนต์เด็กหญิงที่เคยสร้างความสะพรึงจากเกม “ไฟเขียว ไฟแดง” ในซีซั่นก่อน
แต่ชื่อของหุ่นยนต์สองตัวนี้ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาโดยไร้ที่มา สำหรับชาวเกาหลีจำนวนมาก ชื่อ “ยองฮี” และ “ชอลซู” ชวนให้นึกถึงตัวละครเด็กหญิงและเด็กชายผู้สุภาพเรียบร้อยในหนังสือเรียนภาษาเกาหลีช่วงหลังการปลดแอกจากญี่ปุ่นในปี 1948 ซึ่งอยู่คู่กับระบบการศึกษาเกาหลีนานถึงสี่ทศวรรษ พวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของความไร้เดียงสา ความขยันหมั่นเพียร และพฤติกรรมเด็กดีตามแบบอุดมคติ
ตัวละครทั้งสองปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนเกาหลีเรื่อยมาจนถึงยุค 1980 ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลา แต่ชื่อของพวกเขายังคงฝังแน่นในความทรงจำของคนเกาหลีจนถึงทุกวันนี้

ในซีซั่น 3 หุ่นยักษ์ยองฮีและชอลซูปรากฏตัวพร้อมกัน กลายเป็นตัวหมุนเชือกในการเล่น “กระโดดเชือกบนสะพาน” ที่เต็มไปด้วยความตาย

ซ่อนแอบพร้อมมีด

เหมือนซีซั่นก่อน ๆ “Squid Game” ยังคงบิดเบือนเกมเด็กให้กลายเป็นการฆาตกรรม แต่ในซีซั่น 3 ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกขั้น
เกมซ่อนแอบในครั้งนี้ไม่ได้ให้ผู้เล่นตายแค่เพราะหมดเวลา แต่บังคับให้ผู้เข้าแข่งขันต้องถือมีดและไล่ฆ่ากันเพื่อเอาชีวิตรอด

เกมนี้เริ่มต้นด้วยการจับลูกบอลจากตู้หมุนแบบเดียวกับร้านขายขนม ลูกบอลสีต่าง ๆ ใช้แบ่งทีมเป็นสีแดงและสีน้ำเงิน ทีมแดงทำหน้าที่เป็นผู้ล่า ไล่ฆ่าผู้เล่นทีมสีน้ำเงินซึ่งต้องหาที่ซ่อนและเอาตัวรอด ทีมสีน้ำเงินจะชนะได้หากสามารถหาทางออกภายใน 30 นาที หรืออยู่รอดจนจบเกม
ฉากเกมนี้ถอดแบบตรอกซอกซอยของเกาหลีในยุค 1970–80 ได้อย่างแม่นยำ มีทั้งผนังเต็มไปด้วยกราฟฟิตี้ และทางเดินวกวนเหมือนเขาวงกต ภายในยังมีห้องตกแต่งด้วยภาพระบายสีและศิลปะขูด ก่อนเริ่มเกมจะมีการเปิดเพลงกลอนเด็กที่ใช้เล่นเกมซ่อนแอบในเกาหลี ซึ่งท่อนหนึ่งร้องว่า

“ซ่อนเถอะ ซ่อนเถอะ ได้เวลาเล่นแล้ว
อย่าให้ผมของเธอเผยตัว
อย่าให้เสื้อผ้าของเธอเผยตัว
อย่าให้ปลายเท้าของเธอเผยตัว”

เป็นเพลงที่ผู้หา จะร้องในระหว่างที่เพื่อน ๆ หาที่ซ่อน
เมื่อท่อนสุดท้าย “พร้อมหรือยัง ฉันจะไปหาแล้วนะ” ดังขึ้นเบา ๆ ความโหดเหี้ยมก็เริ่มต้นขึ้น

กระโดดเชือกบนสะพาน

เกมนี้ให้ผู้เล่นข้ามสะพานโดยการกระโดดเชือกภายในเวลาที่กำหนด หากพลาดเท้าเกี่ยวเชือกหรือล้มก็จะตกจากสะพาน
ยองฮีและชอลซูคือหุ่นที่ถือเชือกอยู่ปลายสะพานทั้งสองฝั่ง

เพลงประกอบเป็นเพลงเด็กเล่นเชือกที่ชาวเกาหลีคุ้นเคยขึ้นต้นว่า
“ก๊อก ก๊อก ใครอยู่ที่นั่น? เพื่อนตัวน้อยของเธอเอง เข้ามาสิ”
ตามด้วย
“เพื่อนตัวน้อย เพื่อนตัวน้อย แตะพื้น”
“เพื่อนตัวน้อย เพื่อนตัวน้อย หมุนตัว”
“เพื่อนตัวน้อย เพื่อนตัวน้อย ชูมือขึ้น”

ฉากนี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงความย้อนแย้งอันเป็นเอกลักษณ์ของ “Squid Game” การใช้ความไร้เดียงสาของวัยเด็กมาชนกับความรุนแรงถึงชีวิต

เกมปลาหมึกบนฟ้า (Sky Squid Game)

เกมพื้นบ้านเกาหลีที่ให้ชื่อกับซีรีส์นี้คือ “โอจิงออเกม” หรือเกมปลาหมึก ซึ่งเล่นกันบนสนามที่วาดเป็นรูปปลาหมึกบนพื้นทราย
ผู้เล่นแบ่งเป็นสองทีม ทีมบุกต้องพยายามไปถึง “ฐานกลาง” โดยถ้าหลุดนอกเส้นต้องกระโดดขาเดียว ส่วนทีมรับจะขัดขวางไม่ให้ผ่าน

ในซีซั่น 3 เกมนี้ถูกเปลี่ยนเป็น “Sky Squid Game” ซึ่งมีเงื่อนไขใหม่ ผู้เล่นจะถูกวางตัวอยู่บนเสาสูง  เริ่มจากเสารูปสี่เหลี่ยม จากนั้นเป็นสามเหลี่ยม และสุดท้ายคือวงกลม
กติกาคือ ต้องมีผู้เล่นตกจากเสาอย่างน้อยหนึ่งคนในแต่ละเสาภายใน 15 นาที หากไม่มีใครตก ทุกคนบนเสานั้นจะถูกคัดออก และเกมจะจบลงโดยไม่มีผู้ชนะ

งานเลี้ยงแบบเกาหลี

ต่างจากซีซันก่อนที่รอบสุดท้ายจะเสิร์ฟอาหารแบบตะวันตก เช่น สเต๊ก ในซีซั่น 3 ผู้เข้ารอบสุดท้ายจะได้รับประทาน “ฮันจองชิก” หรืออาหารชุดแบบเกาหลีดั้งเดิม

อาหารชุดนี้จัดเต็มแบบงานเลี้ยงราชวงศ์ ประกอบด้วยเมนูอย่าง “คัลบีจจิม” “คูจอลพัน” และ “จับเช”
คัลบีจจิม คือซี่โครงวัวหรือหมูตุ๋นรสเค็มหวาน หอมกลิ่นกระเทียมและขิง มักเสิร์ฟในโอกาสพิเศษหรือวันหยุด
คูจอลพัน เป็นอาหารหรูแบบชาววัง หมายถึง “ถาด 9 ช่อง” ซึ่งจะมีวัตถุดิบ 8 ชนิดหลากสีเรียงไว้รอบถาด และตรงกลางเป็นแป้งแผ่นบาง (มิลจอนพยอง) สำหรับห่อกินทีละคำ
จับเช คือวุ้นเส้นผัดกับซอสถั่วเหลือง รสหวานเค็ม พร้อมผักหลากสี และเนื้อวัวหรือหมูหั่นบาง เป็นอาหารยอดนิยมในงานเฉลิมฉลอง

“Squid Game” ซีซั่น 3 ยังคงความโหด ดาร์ก และลึกซึ้งเช่นเดิม
แต่ครั้งนี้เสริมด้วยความทรงจำในวัยเด็ก วัฒนธรรมพื้นบ้าน และกลิ่นอายความเป็นเกาหลีที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

Leave a Reply