ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Webtoon ได้กลายเป็นแหล่งวัตถุดิบด้านเนื้อเรื่องที่น่าเชื่อถือที่สุดของอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี โดยมอบเรื่องราวที่ผ่านการพิสูจน์ความนิยมมาแล้วอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สตูดิโอจำนวนมากหันมาใช้การ์ตูนดิจิทัลเป็นฐานในการผลิตผลงาน เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อโปรเจกต์ที่ดัดแปลงจาก Webtoon หลั่งไหลสู่โรงภาพยนตร์และแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างก็เริ่มชัดเจน ระหว่างผลงานที่สามารถตีความต้นฉบับได้อย่างชาญฉลาด กับโปรเจกต์ทุนสูงที่กลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า สะท้อนให้เห็นว่าสูตรความสำเร็จนี้เปราะบางเพียงใด
ความสำเร็จแบบก้าวกระโดดของ ‘Zombie Daughter’
สัญญาณแห่งความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดในปี 2025 มาจาก Studio N บริษัทผลิตวิดีโอในเครือของ Naver Webtoon ภาพยนตร์เรื่อง “My Daughter is a Zombie” ซึ่งดัดแปลงจาก Webtoon ยอดนิยมปี 2018 ของ อียุนชาง (Lee Yun-chang) กลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินสุดเซอร์ไพรส์แห่งปี

ด้วยจำนวนผู้ชมกว่า 5.6 ล้านคน ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นแท่นเป็นผลงานเกาหลีที่มีผู้ชมมากที่สุดของปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่แทบไม่มีหนังฟอร์มยักษ์ที่โดดเด่น และพิสูจน์ให้เห็นว่าการรีเมคที่ดีสามารถเข้าถึงผู้ชมวงกว้างโดยไม่จำกัดอยู่แค่แฟนต้นฉบับเท่านั้น ความสำเร็จของภาพยนตร์มาจากการผสมผสานอารมณ์ขันหม่นกับเรื่องราวซาบซึ้งเกี่ยวกับความรักของพ่อที่มีต่อลูกได้อย่างลงตัว
Netflix เองก็ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการยึดมั่นในจิตวิญญาณของต้นฉบับ Webtoon
“The Trauma Code: Heroes on Call” กลายเป็นกระแสระดับโลกบน Netflix อย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2025 ซีรีส์ที่นำแสดงโดย จูจีฮุน (Ju Ji-hoon) เรื่องนี้ดัดแปลงจากเว็บโนเวล “Trauma Center: Golden Hour” ของ Hansanleega ซึ่งถูกนำไปตีพิมพ์เป็น Webtoon บน Naver ในปี 2019

ซีรีส์ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามในด้านความสมจริงของฉากการแพทย์ที่เข้มข้น และสามารถคว้ารางวัล Best Drama และ Best Actor จากงาน Blue Dragon Series Awards ได้ในที่สุด
ในทำนองเดียวกัน ซีรีส์ Netflix เรื่อง “Weak Hero Class 2” ได้ตอกย้ำให้แฟรนไชส์ “Weak Hero” กลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลก ด้วยการติดอันดับ Top 10 ในกว่า 60 ประเทศ ซีรีส์ที่ดัดแปลงจาก Webtoon เรื่องนี้ได้รับคำชมในด้านฉากแอ็กชันที่เฉียบคม และการขยายมิติทางจิตวิทยาที่เข้มข้นยิ่งขึ้นจากต้นฉบับแนว high school noir
บนจอโทรทัศน์แบบดั้งเดิม “Taxi Driver” ซีซั่น 3 ของ SBS ก็ยังคงประสบความสำเร็จอย่างสูง พิสูจน์ว่าซีรีส์ที่มีต้นกำเนิดจาก Webtoon สามารถรักษาความนิยมเอาไว้ได้ แม้จะดำเนินมาหลายซีซันแล้วก็ตาม

เมื่อเม็ดเงินมหาศาลไม่อาจการันตีความสำเร็จได้
อย่างไรก็ตาม ด้านมืดของธุรกิจ IP ที่มีความเสี่ยงสูงก็ถูกเปิดเผยเช่นกัน โดยแสดงให้เห็นว่า งบประมาณมหาศาลและต้นฉบับที่มีชื่อเสียง ไม่ได้เป็นหลักประกันแห่งความสำเร็จเสมอไป ความผิดหวังที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือภาพยนตร์คนแสดงเรื่อง “Omniscient Reader”

แม้จะใช้งบสร้างสูงกว่า 30,000 ล้านวอน และมีนักแสดงระดับแถวหน้า ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับไม่สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วไปได้อย่างที่คาดหวัง แม้จะเปิดตัวด้วยอันดับหนึ่ง แต่ยอดผู้ชมกลับหยุดอยู่ที่ราว 1 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าจุดคุ้มทุนที่ 6 ล้านคนอย่างมาก
แฟน ๆ ของเว็บโนเวลต้นฉบับ singNsong รวมถึงนักวิจารณ์ ต่างชี้ว่าการพยายามยัดโลกอันกว้างใหญ่และซับซ้อนลงในภาพยนตร์ความยาวเพียงสองชั่วโมงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ผลลัพธ์คือเนื้อเรื่องที่ทำให้ผู้ชมหน้าใหม่สับสน ขณะเดียวกันก็ตื้นเขินเกินไปสำหรับแฟนเดิม จนทำให้อนาคตของภาพยนตร์ในแฟรนไชส์นี้ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ซีรีส์แอ็กชั่น-นัวร์ของ Netflix เรื่อง “Mercy for None” ที่นำแสดงโดย โซจีซบ (So Ji-sub) ก็ได้รับเสียงตอบรับที่แตกเป็นสองฝั่ง แม้ตัวเลขผู้ชมทั่วโลกจะสูงในช่วงแรก แต่กลับเผชิญกระแสต่อต้านจากแฟนต้นฉบับ ที่มองว่าซีรีส์ไม่สามารถถ่ายทอดบรรยากาศดิบหม่นของ Webtoon เดิมได้ และเลือกเดินตามสูตรหนังแอ็กชั่นแบบเดิม ๆ แทน

ขณะที่ “The Witch” ของ Channel A ซึ่งดัดแปลงจาก Webtoon ปี 2013 ของนักวาดชื่อดัง Kang Full ก็ไม่สามารถสร้างกระแสได้ แม้จะเปิดตัวอย่างน่าจับตา โดยเรตติ้งสูงสุดอยู่ที่ 3.1 เปอร์เซ็นต์ ผู้ชมจำนวนมากมองว่าโครงเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไปนั้นล้าสมัย เมื่อเทียบกับการเล่าเรื่องที่รวดเร็วฉับไวของซีรีส์เกาหลีในยุคปัจจุบัน

บทเรียนสำคัญสำหรับผู้ผลิตคือ แม้ Webtoon ยอดนิยมจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่ง แต่ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่ความสามารถในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์นั้นออกมาเป็นประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่น่าติดตาม ท่ามกลางตลาดที่หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ การครอบครองชื่อเรื่องดังเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไปในการการันตีความสำเร็จในโลกการแข่งขันของ K-content
ก่อนหน้านี้ ควอนมีคยอง (Kwon Mi-kyung) ซีอีโอของ Studio N เคยกล่าวว่า “ความสำเร็จของโปรเจกต์เหล่านี้ พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของเรื่องราวต้นฉบับ และความสำคัญของการค้นหาภาษาภาพที่เหมาะสม เพื่อแปลงจินตนาการจาก Webtoon ให้กลายเป็นความจริงบนจอภาพยนตร์”
