หลังซีรีส์ ยากชะมัด รักอะไร? (Can This Love Be Translated?) ออกอากาศทาง Netflix สิ่งแรกที่ผู้ชมพูดถึงอย่างเป็นเอกฉันท์คือความสวยอันโดดเด่นของ โกยุนจอง และเมื่อได้พบตัวจริงก็ยิ่งประทับใจ เธอกล่าวอย่างถ่อมตัวว่า หากคำชมเหล่านั้นช่วยให้เธออินกับการแสดงได้ ก็ถือเป็นคำชมที่น่าขอบคุณ
อย่างไรก็ตาม แรงขับที่ทำให้โกยุนจองกลายเป็น “นักแสดงกระแสหลัก” ไม่ได้มาจากความสวยเพียงอย่างเดียว เธออธิบายสไตล์การทำงานของตัวเองว่า “ทุ่มสุดตัวโดยไม่คำนวณ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากความครุ่นคิดอย่างจริงจังและความตั้งใจที่ปรากฏตลอดการสัมภาษณ์—เหตุผลที่ทำให้ผู้ชมรักเธอ
————
เมื่อวันที่ 23 มกราคม โกยุนจองให้สัมภาษณ์ที่กรุงโซลเกี่ยวกับซีรีส์ Can This Love Be Translated? ผลงานโรแมนติกคอมเมดี้ที่เล่าเรื่องล่ามหลายภาษา จูโฮจิน กับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ชามูฮี โดยเธอเริ่มต้นด้วยความรู้สึกว่า “เหมือนถูกเปิดไดอารี่” เพราะผลงานถูกปล่อยหลังถ่ายทำเสร็จนานราวหนึ่งปี
ในเรื่องนี้ โกยุนจองรับบท สองบทบาทในคนเดียว คือ ชามูฮี และอีกตัวตนหนึ่งชื่อ โดรามี ตอนอ่านบทครั้งแรก เธอรู้สึกสดใหม่แต่ก็ตามมาด้วยความท้าทาย
“การเป็นล่ามกับนักแสดงเป็นคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ และเพราะอยู่ในสายอาชีพใกล้กันจึงมีจุดที่อินได้ สถานการณ์บางอย่างทั้งสมจริงและเหนือจริงเหมือนนิทาน ตอนแรกบทบอกแค่ว่าโดรามีคือภาพหลอนของมูฮี แต่ช่วงหลังโดรามีกลับ ‘ออกมาสู่โลกจริง’ ทำให้ฉันตกใจเหมือนกัน ภาระเพิ่มขึ้นแต่ก็ยิ่งตื่นเต้นเพราะต่างจากบทที่เคยเล่น”

————
การแสดงบท “นักแสดงชื่อดัง” ทำให้เธอต้องค้นคว้าวิดีโอของซูเปอร์สตาร์จริง
“ไม่ง่ายเลย เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉันดูคลิปของ BLACKPINK และ BTS เพื่อศึกษาแฟนเซอร์วิสที่สนามบิน รวมถึงท่าทีบนพรมแดง ส่วนฉากในรถหรือห้องพักเป็นชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยอยู่แล้ว จึงถ่ายทอดได้เป็นธรรมชาติ”
สำหรับภาพลักษณ์ที่เธอมักตื่นเต้นบนเวทีงานประกาศรางวัล โกยุนจองหัวเราะและยอมรับว่า
“ถึงจะเล่นเป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว แต่พอไปงานจริง ฉันก็ยังสั่นเหมือนเดิม”
เช่น บรรยากาศตึงเครียดในงาน MAMA ที่เธอไม่อยากทำลายช่วงเวลาของแฟนคลับคนดังคนอื่นๆ
————
แม้ ชามูฮี จะพูดอ้อมค้อม และ โดรามี จะพูดตรงไปตรงมา แต่โกยุนจองมองว่าทั้งสองมีแก่นเดียวกันคือ “ปกป้องมูฮี”
“ฉันยึดจุดร่วมนี้ไว้ แล้วค่อยสร้างความต่างด้วยสายตาและภายนอก โดรามีเป็นเหมือน ‘ความร้ายแบบไร้เดียงสา’ ไม่ได้ตั้งใจทำร้าย แต่เพราะซื่อจึงทำให้คนเจ็บ ฉันปรับท่าทางการเดิน—มูฮีจะสำรวมกว่า ส่วนโดรามีอิสระกว่า”
การปรากฏตัวของโดรามีซึ่งมีมิติแฟนตาซีทำให้ผู้ชมเห็นต่างกันบ้าง โกยุนจองยอมรับว่าเธอก็แปลกใจ แต่เมื่ออ่านละเอียดพบว่ามีปมปูทางไว้
“มูฮีเป็นคนตีความล่วงหน้าและคิดมาก พอความกังวลเพิ่มขึ้น โดรามีก็เหมือนจะกลืนเธอ”
โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโดรามีกับ “แม่ของมูฮี” ทำให้คนดูช็อก เธออธิบายว่าเป็นการ เผชิญหน้ากับบาดแผลในอดีต
“โดรามีคือความกังวลที่ทวีขึ้นจนปะทุ และโยงกับภาพแม่ในวัยเด็ก—ต้นเหตุที่ทำให้มูฮีเติบโตมาแบบวิตกกังวล”
สรุปแล้ว โดรามีคือการแสดงออกของความไม่มั่นคง และเป็น กลไกป้องกันตัวเอง ของมูฮี
“ฉันคิดว่าความสุขกับความกังวลมักแปรผันกัน ยิ่งได้สิ่งที่ฝันเร็ว ก็ยิ่งกลัวเสียไปเร็ว ความคิดว่าตัวเองเป็นแค่ ‘ดาวเด่นชั่วคราว’ ทำให้ภาพหลอนนี้เกิดขึ้น”
————
ในเรื่อง ตัวละครของเธอถึงขั้นตามหาแฟนเก่าถึงญี่ปุ่น เมื่อถูกถามถึงสไตล์ความรักในชีวิตจริง โกยุนจองตอบว่า
“ฉันก็เป็นคนค่อนข้างแอ็กทีฟนะ แต่ไม่ถึงขั้นตามแฟนเก่าแบบมูฮี เธอเป็นคนไม่ถนัดเรื่องความรักและโหยหาความมั่นคง เลยพอเข้าใจการตัดสินใจของตัวละคร”
เธอเสริมว่า เธอเป็นคนรักแบบไม่อยากเสียใจทีหลัง จึงพยายามทำให้ดีที่สุดเสมอ
ก่อนหน้านี้ คิมซอนโฮ เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขารู้สึกใจเต้นเมื่อเห็นโกยุนจอง พร้อมแซวว่า “ถ้าพูดไม่ดีจะโดนดุ”
โกยุนจองหัวเราะและชี้แจงว่า
“ไม่รู้พี่เขาพูดทำไม ฉันไม่ได้ดุเลยนะ!”
เมื่อถูกถามว่ามีโมเมนต์ที่รู้สึกหวั่นไหวกับคิมซอนโฮไหม เธอยอมรับว่า “มี” แต่จำฉากชัดเจนไม่ได้ สร้างเสียงหัวเราะ
โกยุนจองย้ำว่าเคมีของทั้งคู่ดีมาก
“เรากล้าแสดงนอกบทเดี๋ยวนั้นเลย เพราะเชื่อใจกัน รู้ว่าถ้าฉันเล่นแบบนี้ เขาจะรับส่งแบบไหนได้ อารมณ์ขันก็คล้ายกัน บางอย่างไม่ต้องคุยกันก่อน แต่คิดเหมือนกัน เหมือนต่างคนต่างเอาเครื่องประดับมาช่วยกันแต่งต้นคริสต์มาส—เลยออกมาสมบูรณ์แบบ แบบ ‘แค่ส่งสัญญาณก็รู้ใจกัน’”
โกยุนจองอธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมแต่งหน้า–ทำผมของเธอสนิทกันมานานและเป็นคนวัยใกล้เคียงกัน ทำให้เข้าใจมุก อินเทรนด์ และมีมต่าง ๆ ได้เร็ว ช่วงแรกของการถ่ายทำ คิมซอนโฮยังไม่ค่อยเข้าใจ เธอเลยช่วยอธิบาย จนเหมือนเป็นฝ่ายพาเขาไปตามกระแส
เมื่อถูกถามถึงความต่างอายุ 10 ปีกับคิมซอนโฮ โกยุนจองย้ำชัดว่า
“ไม่เคยคิดถึงเรื่องอายุเลย ตอนแรกก็คิดว่าเขาเป็นรุ่นพี่มากประสบการณ์ กลัวว่าจะสนิทกันยาก แต่กลับไม่เป็นแบบนั้น ฉันช่วยสอนมีม แนะนำยูทูบเบอร์และเทรนด์ที่ชอบ โชคดีที่พี่เขาดูแล้วสนุก เราเลยมีความสนใจร่วมกันมากขึ้น และสุดท้ายก็ไม่รู้สึกถึงช่องว่างอายุเลย”

————
เคมีระหว่างโกยุนจองกับ คิมซอนโฮ คือไฮไลต์สำคัญ ทั้งคู่ช่วยเติมเต็มกันในกอง
“เราอยากทำให้งานสนุกขึ้น พี่ซอนโฮยื่นมือเข้ามาก่อน เขาเป็นสาย F ส่วนฉันสาย T เขาถามว่าบทของโฮจินดูแข็งไปไหม ฉันก็ขอให้เขาลองอ่านบทที่ฉันไม่เข้าใจ ดูการแสดงที่ใหญ่ขึ้นของเขาแล้วทำให้ฉันกล้าขึ้นด้วย”
การถ่ายทำต่างประเทศยาวนานทำให้ต้องพึ่งพากันมาก
“เราเหมือนตะเกียบ—ต้องช่วยกันคีบถึงจะไปได้ ฉันปรับตัวเรื่องเจ็ตแล็กได้ดีกว่าเลยคอยดูแลพี่เขา แบ่งขนม แนะนำวิตามิน วันหยุดยังนัดท่องบทด้วยกัน ถ้าไม่มีเขา ฉันคงทำคนเดียวไม่ไหว”
————
ผลงานถัดไปของโกยุนจองคือซีรีส์ใหม่ของ พัคแฮยอง ผู้เขียน My Mister เรื่อง Everyone Is Fighting Against Their Own Worthlessness
“ถ้า Can This Love Be Translated? เหมือนนิทานหลากสี งานใหม่จะเหมือนซิตคอมตลกร้ายในโลกคอนกรีตสีเทาที่มีประกายเล็ก ๆ อยู่ ฉันอ่านบทไปซาบซึ้งไป มันทั้งเหนือจริงและจริงมาก”
เมื่อถูกถามว่าทำไมผู้เขียนระดับท็อปอย่าง ฮงซิสเตอร์ส และ พัคแฮยอง เลือกเธอ โกยุนจองตอบอย่างมั่นคงและถ่อมตัว
“ฉันเองก็สงสัยเหมือนกัน แต่เวลาทำงานฉันจะทุ่มสุดตัวโดยไม่คิดคำนวณ นั่นอาจเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่หวังว่าความจริงใจตรงนั้นจะถูกมองเห็น”
ล่าสุด เธอมีผู้ติดตามอินสตาแกรม แตะ 10 ล้าน เช่นเดียวกับตัวละครมูฮี
“ตื่นมาปุ๊บครบสิบล้านพอดี เหมือนในเรื่องเลย เลยยิ่งผูกพันกับผลงานนี้”
เธอฝากถึงผู้ชมว่า
“ซีรีส์ถูกปล่อยหลังถ่ายทำไปปีหนึ่ง เหมือนสมุดบันทึกปิดเทอมถูกเปิดอ่าน หวังว่าเคมีที่แน่นแฟ้นของพวกเราจะส่งถึงทุกคน”

