ทำไมซีรีส์ ‘Teach You a lesson’ และ ‘Agent Kim Reactivated’ ถึงครองใจผู้ชม? เมื่อ “ความสะใจ” กลายเป็นคำตอบของโลกความจริง

You are currently viewing ทำไมซีรีส์ ‘Teach You a lesson’ และ ‘Agent Kim Reactivated’ ถึงครองใจผู้ชม? เมื่อ “ความสะใจ” กลายเป็นคำตอบของโลกความจริง

ซีรีส์ อย่างนี้ต้องสั่งสอน (Teach You a lesson) ทาง Netflix และ สายลับคิม กลับมาแล้ว (Agent Kim Reactivated) ทาง Netflix ต่างได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามในเวลาเดียวกัน

สิ่งที่ทั้งสองเรื่องมีเหมือนกันคือ การหยิบปัญหาสังคมที่ผู้คนรู้สึกอัดอั้น ไม่ว่าจะเป็น การกลั่นแกล้งในโรงเรียน การใช้อำนาจในทางที่ผิด ความอยุติธรรม และระบบที่ล้มเหลว ก่อนพาผู้ชมไปสู่บทสรุปที่ในชีวิตจริงแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น นั่นคือ “ความยุติธรรมที่เอาคืนได้อย่างสาแก่ใจ”

————-

จุดเริ่มต้นเดียวกัน: “ความรุนแรงในโรงเรียน”

ทั้งสองเรื่องเปิดฉากจากประเด็น ความรุนแรงในโรงเรียน

ใน Teach You a lesson เรื่องราวเล่าถึง “สำนักงานพิทักษ์สิทธิครู” องค์กรสมมติที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดการปัญหาการศึกษาที่เสื่อมถอย หลังทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และครูต่างก้าวข้ามขอบเขตของตนเอง โดยใช้วิธีการที่เด็ดขาดเกินกว่าที่กฎหมายในโลกความจริงจะทำได้

ขณะที่ Agent Kim Reactivated ก็เริ่มต้นด้วยปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนเช่นกัน เมื่อพนักงานธนาคารธรรมดาที่เลี้ยงดูลูกสาวเพียงลำพัง ต้องลุกขึ้นเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเอง เพื่อปกป้องลูกสาวที่ตกเป็นเหยื่อ

แม้ฉากหลังจะเป็นโรงเรียน แต่ทั้งสองเรื่องไม่ได้เล่าเพียงชีวิตวัยเรียน หากยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมโดยรวม จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับเรื่องราวได้ไม่ยาก

Teach You a Lesson , อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน

————-

จากคนที่ได้แต่ “อดทน” สู่คนที่ลุกขึ้นสู้

ตัวเอกของทั้งสองเรื่องไม่ได้เริ่มต้นในฐานะฮีโร่

ใน บทเรียนเดิมพันชีวิต ตัวละคร นาฮวาจิน เลือกลงมือเองเมื่อกฎหมายและระบบไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เขาเอาคืนทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้มีอำนาจที่ทำผิด จนเกิดความรู้สึกสะใจแบบ “คนดีชนะคนชั่ว”

ด้าน ผู้จัดการคิม พระเอกเป็นเพียงพนักงานบริษัทธรรมดา ที่ยอมก้มหน้า อดทนต่อคำดูถูก และยอมแม้แต่คุกเข่าเพื่อปกป้องลูกสาว

แต่เมื่อวันหนึ่งลูกสาวหายตัวไป สัญชาตญาณของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ซ่อนอยู่ก็ถูกปลุกขึ้นมา

โครงสร้างของตัวละครที่อดทนมาตลอด ก่อนจะลุกขึ้นต่อสู้ในที่สุด คือสิ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่

————-

สิ่งที่ทำให้คนอิน ไม่ใช่แค่ “ความสะใจ”

เหตุผลที่ทั้งสองเรื่องประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่ฉากแอ็กชันเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง “ความเห็นอกเห็นใจ”

บทเรียนเดิมพันชีวิต นำปัญหาที่ครูในโลกจริงต้องเผชิญมาถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมา จนผู้ชมจำนวนมากแสดงความคิดเห็นว่า

“ถ้ามีองค์กรแบบนี้อยู่จริงก็คงดี”

ขณะที่ ผู้จัดการคิม ใช้เวลาส่วนใหญ่ของตอนแรกถ่ายทอดชีวิตของพ่อธรรมดาคนหนึ่ง มากกว่าการโชว์ฉากต่อสู้

เขาเป็นคนที่ต้องอดทนต่อความไม่เป็นธรรม ยอมก้มหัวเพื่อลูกสาว และยังคอยคิดว่าจะซื้อของขวัญวันเกิดอะไรให้ลูก

เมื่อผู้ชมได้เข้าใจความเจ็บปวดของตัวละคร ฉากที่เขาลุกขึ้นสู้จึงยิ่งสร้างความสะใจมากกว่าเดิม

————-

ตัวเลขยืนยันความสำเร็จ

Teach You a lesson ครองอันดับ 1 ซีรีส์ทีวีภาษาที่ไม่ใช่อังกฤษบน Netflix ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ หลังเปิดตัว พร้อมขึ้นอันดับ 1 ใน 19 ประเทศ และติด Top 10 ใน 85 ประเทศ

ด้าน คิมมูยอล (Kim Mu Yeol) นักแสดงนำ ยังเผยว่า เมื่อทราบข่าวว่าซีรีส์ขึ้นอันดับ 1 ของโลก เขาและภรรยา ยุนซึงอา (Yoon Seung Ah) ถึงกับกอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจ

ส่วน Agent Kim Reactivated ก็เปิดตัวอย่างร้อนแรง ด้วยเรตติ้งทั่วประเทศ 9.5% และพุ่งสูงสุดถึง 11.3% กลายเป็นซีรีส์มินิซีรีส์ที่เปิดตัวแรงที่สุดของปี รวมถึงครองอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ชมอายุ 20-49 ปี ของรายการวันศุกร์ทั้งหมด

————-

ผู้ชมยุคนี้ไม่ได้ต้องการ “ยอดมนุษย์”

ปัจจุบัน ผู้ชมไม่ได้โหยหาฮีโร่ที่มีพลังเหนือมนุษย์อีกต่อไป แต่กลับชื่นชอบเรื่องราวของ “คนธรรมดา” ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิ่งสำคัญ

บทเรียนเดิมพันชีวิต สะท้อนความปรารถนาที่อยากเห็นระบบการศึกษากลับมายุติธรรมอีกครั้ง

ส่วน ผู้จัดการคิม ถ่ายทอดความรักของพ่อที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก

เพียงการสะท้อนความจริงอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ชมในยุคนี้อีกแล้ว แต่ผลงานที่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา พร้อมมอบบทสรุปที่ทำให้รู้สึกว่า “ความยุติธรรมยังชนะได้” ต่างหากที่กำลังได้รับความนิยม

อาจเป็นเพราะลึก ๆ แล้ว ผู้ชมต่างหวังว่า แม้ในโลกแห่งความเป็นจริง ความยุติธรรมอาจเกิดขึ้นได้ยาก แต่ขอให้ในโลกของละคร คนดีได้เป็นฝ่ายชนะก็ยังดี

ที่มา (1)

Leave a Reply