Can This Love Be Translated? ของโกยุนจอง–คิมซอนโฮ คือของขวัญปีใหม่แด่ผู้ชม

You are currently viewing Can This Love Be Translated? ของโกยุนจอง–คิมซอนโฮ คือของขวัญปีใหม่แด่ผู้ชม

นักเขียนบทชื่อดัง พี่น้องฮง (Hong Sisters) เจ้าของผลงาน Hotel Del Luna และ Alchemy of Souls กลับมาอีกครั้งกับผลงานแนวโรแมนติกคอมเมดี้เรื่องใหม่ผ่านซีรีส์ Can This Love Be Translated? ทาง Netflix

เมื่อวันที่ 13 มกราคม ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ ณ Josun Palace Seoul Gangnam โดยมีนักแสดงนำ คิมซอนโฮ, โกยุนจอง และผู้กำกับ ยูยองอึน เข้าร่วมงาน

เรื่องราวของ “ภาษา” ที่แปลยากที่สุดคือความรัก

ซีรีส์เล่าเรื่องของ จูโฮจิน ล่ามหลายภาษา ที่ต้องมาทำหน้าที่ล่ามให้กับ ชามูฮี ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เปิดฉากความสัมพันธ์ที่ทั้งโรแมนติก คอมเมดี้ และเต็มไปด้วยอารมณ์อ่อนไหว

คิมซอนโฮรับบท จูโฮจิน ชายหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา แต่กลับไม่ถนัดเรื่องความรัก ขณะที่โกยุนจองรับบท ชามูฮี นักแสดงโนเนมที่กลายเป็นท็อปสตาร์ชั่วข้ามคืน ได้รับความรักจากทั่วโลก แต่กลับไม่รู้วิธีดูแลหัวใจของตัวเอง

ผู้กำกับเผยเสน่ห์ “ดิลเลมมาทางอารมณ์”

ผู้กำกับยูยองอึนอธิบายว่า

“นี่คือผลงานโรแมนติกคอมเมดี้บริสุทธิ์เรื่องแรกของพี่น้องฮงในรอบหลายปี หลังจากงานแนวแฟนตาซีที่ผ่านมา”

เธอเสริมว่า จุดน่าสนใจของเรื่องคือ

“อารมณ์แบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่เกิดขึ้นระหว่างการแปลภาษา บางครั้งมีคำพูดที่ไม่อยากถ่ายทอดออกไป ทั้งที่รู้ว่าเป็นคำพูดของอีกฝ่าย แต่ในมุมของมูฮี เธอกลับหวังว่านั่นจะเป็นคำพูดจากโฮจินเอง”

ผู้กำกับย้ำว่าทีมงานพยายามถ่ายทอดทั้งโรแมนติก คอมเมดี้ และเมโลดราม่า ผ่านตัวละครทั้งสองให้สมดุลที่สุด

เคมีที่ทำให้การถ่ายทำเต็มไปด้วยความสุข

โกยุนจองกล่าวถึงการร่วมงานกับคิมซอนโฮว่า

“เหลือแต่ความทรงจำที่สนุกมาก ๆ ระหว่างถ่ายทำ ถึงขั้นคิดเลยว่า ถ้าวันหนึ่งฉันมีประสบการณ์เท่าเขา ฉันอยากแสดงได้แบบนั้น เขาเป็นคนที่สนุกกับการแสดงจริง ๆ การได้ดูและเรียนรู้จากเขาเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก”

ด้านคิมซอนโฮกล่าวชื่นชมโกยุนจองว่า

“เธอเปิดใจเข้าหาทุกคน ทั้งนักแสดงและทีมงาน เธอแสดงเก่งมากจนผมยังรู้สึกเขินที่ได้คำชมแบบนี้ เธอซึมซับงานเร็ว มีเซนส์สูง และช่วยขับเคลื่อนฉากต่าง ๆ ได้ดี”

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า

“มูฮีเป็นตัวละครที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ส่วนโฮจินออกแนวเงียบขรึม พลังของโกยุนจองช่วยให้ผมตอบสนองทางการแสดงได้ดีมาก”

“แคสติ้งที่หาคนแทนไม่ได้”

ผู้กำกับยูยองอึนกล่าวถึงคิมซอนโฮว่า

“ตัวละครจูโฮจินต้องการการแสดงอารมณ์ที่ละเอียด ละเมียด และมีดีเทล ซึ่งเป็นสิ่งที่คิมซอนโฮทำได้อย่างน่าเชื่อถือ เขาถ่ายทอดทั้งความตลก ความโรแมนติก และความสุขุมได้ครบถ้วน เป็นนักแสดงที่แทบหาคนมาแทนไม่ได้”

ส่วนโกยุนจอง ผู้กำกับมองว่า

“มูฮีเป็นคนที่ชัดเจนทางอารมณ์ ซื่อสัตย์ และน่ารัก ความบริสุทธิ์ ความสดใส และความเข้มแข็งของโกยุนจองเข้ากับตัวละครนี้อย่างมาก”

ถ่ายทำข้าม 4 ประเทศ 3 ทวีป

ซีรีส์ถ่ายทำใน เกาหลี ญี่ปุ่น แคนาดา และอิตาลี
คิมซอนโฮเผยว่า เขาต้องเรียนรู้ถึง 4 ภาษาในเวลาเพียง 4 เดือน

“ผมท่องบทซ้ำ ๆ ใส่อารมณ์ลงไป และใช้เวลาว่างศึกษาหลักไวยากรณ์เพิ่มเติม”

เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า

“การแสดงไม่มีอะไรง่ายอยู่แล้ว แต่บทล่ามหลายภาษานี่ยากยิ่งกว่าแอ็กชันอีก บางทีถ่ายฉากที่ใช้หลายภาษาเสร็จแล้ว พอกลับมาพูดเกาหลี กลับพูดไม่ค่อยคล่อง ผมจำได้ว่าต้องไปนั่งกินโสมแดงเงียบ ๆ คนเดียวเลย”

เคมีแน่นจากการถ่ายทำต่างประเทศ

การถ่ายทำในต่างประเทศเป็นเวลานานทำให้ความสัมพันธ์ของนักแสดงแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
คิมซอนโฮเล่าว่า

“ไม่มีที่พึ่งเลย ต้องคุยกับทุกคน แม้แต่ทีมไฟ ทุกครั้งที่จบโลเคชันหนึ่ง ผมรู้สึกจุกในอก”

ผู้กำกับเผยว่า แม้การเดินทางไปถ่ายทำญี่ปุ่นหลังเริ่มกองเพียงหนึ่งสัปดาห์จะเป็นความเสี่ยงด้านโปรดักชัน แต่

“เคมีของทั้งสองคนดีมากจนทำให้ทีมงานอุ่นใจ”

———–

อยากให้เป็นเรื่องราวอบอุ่นรับปีใหม่

โกยุนจองกล่าวปิดท้ายว่า

“เป็นละครที่เหมือนนิทาน มีความแฟนตาซีแทรกอยู่เป็นระยะ ๆ หวังว่าทุกคนจะรับชมด้วยหัวใจที่อบอุ่น”

คิมซอนโฮเสริมว่า

“ผมถ่ายทำเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกเหมือนได้รับของขวัญ และในที่สุดก็ถึงวันที่จะมอบของขวัญนั้นให้ผู้ชมแล้ว หวังว่าทุกคนจะดูอย่างมีความสุข และมอบความรักให้กับซีรีส์เรื่องนี้”

ด้านผู้กำกับกล่าวทิ้งท้ายว่า

“ความรักเป็นอารมณ์สากล แม้จะต่างภาษา แต่หวังว่าผู้ชมจะสัมผัสได้ผ่านฉากทิวทัศน์สวยงามจากหลายประเทศ อยากให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวดี ๆ ที่มอบพลังบวกในปีใหม่”

Can This Love Be Translated? มีกำหนดออกอากาศวันที่ 16 มกราคม 2026 ทาง Netflix

เครดิตภาพ iMBC

Leave a Reply