นักแสดงหนุ่ม คิมซอนโฮ (Kim Seon Ho) เปิดเผยถึงเคมีนอกจอที่แสนอบอุ่นกับนักแสดงสาว โกยุนจอง (Go Yoon Jung) ระหว่างให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับซีรีส์ Netflix เรื่อง Can This Love Be Translated? เมื่อวันที่ 22 มกราคม ณ คาเฟ่ย่านซัมชองดง กรุงโซล
Can This Love Be Translated? เป็นผลงานเขียนบทโดยสองพี่น้องนักเขียนชื่อดัง ฮงจองอึน – ฮงมิรัน และกำกับโดย ยูยองอึน ถ่ายทอดเรื่องราวโรแมนติกสุดคาดเดา เมื่อ จูโฮจิน ล่ามหลายภาษาที่ไม่ถนัด “ภาษาความรัก” ต้องมารับหน้าที่เป็นล่ามส่วนตัวให้กับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ชามูฮี

คิมซอนโฮรับบทเป็น จูโฮจิน ล่ามผู้เชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา ทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลี ฯลฯ แต่กลับเงอะงะเมื่อต้องเผชิญความรู้สึกรัก เขาถ่ายทอดด้านสุขุม จริงจังของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมแสดงความลังเลและระมัดระวังในความสัมพันธ์กับมูฮี เพิ่มความสมจริงให้กับเรื่องราว
เมื่อถูกถามว่า “เคยรู้สึกหัวใจเต้นแรงแบบในชีวิตจริงไหม” คิมซอนโฮตอบทันทีพร้อมรอยยิ้มว่า
“แน่นอนครับ”
ก่อนจะแซวตัวเองแบบขี้เล่นว่า
“ถ้าตอบไม่ดี ผมจะโดนดุเอาน่ะสิ”
เขายังพูดถึงโกยุนจองด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า
“ในกองถ่าย ทุกคนเห็นตรงกันว่าเธอเป็นคนน่ารักมาก แม้เวลาที่ทีมงานแซวหรือหยอกล้อกัน มันก็ยังดูน่ารักไปหมด ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ใครที่ได้คุยกับเธอก็ต้องอารมณ์ดี ผมคิดว่าผู้กำกับก็คงถ่ายทำด้วยความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน และผมเองก็รู้สึกใจเต้นตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรก”
คิมซอนโฮยังชื่นชมความสามารถด้านการแสดงของโกยุนจองอย่างมาก โดยกล่าวว่า
“เธอมีเซนส์ในการแสดงที่ยอดเยี่ยม เป็นคนสบายๆ และอิสระในกอง ผมถึงกับคิดเลยว่า ‘อายุเท่านี้ แต่เรียนรู้และแสดงได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไง’”

เขาเล่าต่อว่า ตัวเองมักไปถึงกองถ่ายก่อนเวลาเพื่อซ้อมและลองเล่นหลายๆ แบบ เพราะกลัวว่าถ้าเกร็งแล้วจะไม่ออกมาดี แต่โกยุนจองกลับมีความยืดหยุ่นสูงและปรับตัวได้เร็วมาก
“ผมเคยบอกเธอไปตรงๆ ว่า ‘เธอนี่มันมอนสเตอร์ชัดๆ’ เพราะถ้าผมพูดบทพลาด เธอจะรับต่อทันทีและช่วยดึงจังหวะให้เข้าที่ ทุกครั้งที่เห็นแบบนั้น ผมรู้สึกประทับใจมาก”
เขายกตัวอย่างฉากหนึ่งในร้านอาหารช่วงครึ่งหลังของเรื่อง ซึ่งเป็นฉากยาวและถ่ายทำนาน
“ตอนนั้นผู้กำกับให้ผมพูดถึงการลบรูปใน SNS ผมลองแสดงหลายอารมณ์ แต่เธอเข้าใจทันทีว่าผมกำลังจะสื่ออะไร และตอบสนองกลับมาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องเข้าใจเจตนาของนักแสดงอีกฝ่ายจริงๆ”
คำพูดทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำถึง เคมีที่เข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ ระหว่างคิมซอนโฮและโกยุนจอง ทั้งในจอและนอกจอ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะอีกหนึ่งผลงานโรแมนติกที่แฟนๆ ไม่ควรพลาด
———-
คิมซอนโฮเปิดใจต่อกระแสเห็นต่าง “เป็นเรื่องธรรมดา…โฮจินเป็นตัวละครที่ตรงข้ามกับผมจนรู้สึกอึดอัด”
คิมซอนโฮ เปิดเผยมุมมองต่อกระแสเสียงตอบรับที่มีทั้งชอบและไม่ชอบต่อซีรีส์ Netflix เรื่อง Can This Love Be Translated? โดยเขากล่าวว่า
“ ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ซีรีส์เรื่องนี้พูดถึง ‘ภาษาของแต่ละคน’ ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล สิ่งที่ทั้งนักเขียนและนักแสดงเห็นตรงกันคือ เราน่าจะต้องการเวลาให้กับเรื่องราวมากกว่านี้”
Can This Love Be Translated? เป็นซีรีส์ที่ใช้โครงสร้างของ “ความผิดพลาดในการสื่อสาร” ระหว่างพระ–นางซ้ำๆ ซึ่งผู้ชมบางส่วนมองว่าแทนที่จะสร้างความตึงเครียด กลับทำให้รู้สึกอึดอัดใจ
เกี่ยวกับประเด็นนี้ คิมซอนโฮอธิบายว่า
“หากจะถ่ายทอดการเผชิญหน้าถกเถียงกันซ้ำๆ และการสื่อสารที่ไม่ลงรอย ผมคิดว่ามันจำเป็นต้องใช้เวลา นักแสดงทุกคนแสดงด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจตัวละคร”

เขายอมรับด้วยว่า ตัวละคร ‘จูโฮจิน’ แตกต่างจากตัวเขาอย่างสิ้นเชิง
“ผมเองก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน เพราะโฮจินเป็นคนตรงข้ามกับผมโดยสิ้นเชิง ผมเป็นคนที่พยายามพูดอย่างนุ่มนวลเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง แต่โฮจินเป็นตัวละครที่ไม่เก่งเรื่องการแสดงออก เรามีการพูดคุยและถกกันเยอะมาก เพื่อให้จับแก่นของตัวละครนี้ได้อย่างมั่นคง”
คิมซอนโฮยังเผยเบื้องหลังว่า ตั้งแต่ฉากในแคนาดาเป็นต้นไป ตัวละครโฮจินเริ่มเปิดใจและพยายามสื่อสารความรู้สึกมากขึ้น
“ในฉากเดินตลาด ก็มีบางส่วนที่ผมพยายามทำให้อารมณ์ดูนุ่มขึ้นกว่าที่เขียนไว้ในบท”
ท้ายที่สุด เขาย้ำถึงแก่นของเรื่องว่า
“ผมคิดว่าทุกคนมีภาษาของตัวเอง ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น บางครั้งแค่การกระทำเล็กๆ ก็เป็นภาษาได้เหมือนกัน หากผู้ชมดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า ‘ฉันก็เคยเป็นแบบนี้’ และเกิดความรู้สึกร่วมกับการสื่อสารของตัวละคร ผมจะรู้สึกดีใจและภูมิใจมาก”
———-
คิมซอนโฮเปิดใจเรื่องสไตล์การคบหา “ตอนนี้ไม่เหมือนตอนอายุน้อยแล้ว ต้องใช้เวลาเยอะขึ้น”
คิมซอนโฮรับบทเป็น จูโฮจิน และแสดงคู่กับ โกยุนจอง รับบทเป็นชามูฮี หลังซีรีส์ออกฉาย ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกมากมาย เช่น “แฟนหนุ่มสายมั่นคง จูโฮจิน” และ “แฟนสาวสายวิตก ชามูฮี”
เมื่อถูกถามถึงตัวละครชามูฮี คิมซอนโฮเผยว่า
“ผมไม่เคยมองเธอเป็นคนแปลกเลย ผมคิดว่าเธอเป็นคนที่มีบาดแผลและมีเรื่องราวของตัวเอง จึงอยากโอบรับเธอไว้ ผมคิดว่าจูโฮจินสามารถทำแบบนั้นได้”
เขายังเสริมว่า ตัวโฮจินเองก็มีบาดแผลจากความรักเช่นกัน
“ผมพยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา และไม่พยายามมองเธอจากมุมมองอื่น”
แล้วในชีวิตจริง คิมซอนโฮมีสไตล์การคบหาอย่างไร?

เจ้าตัวตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ผมคิดเรื่องนี้เหมือนกันนะ ตอนที่ยังเด็ก ถ้ามีใครบอกว่าชอบ ผมจะคิดว่า ‘งั้นลองคบกันดีไหม’ แต่ตอนนี้มันต้องใช้เวลามากขึ้น ถ้าความสนใจไม่ตรงกัน ผมก็ไม่สามารถคบได้ มันเลยต้องใช้เวลานานกว่าจะพัฒนาความรู้สึก”
เขาอธิบายต่อว่า เมื่ออายุมากขึ้น มุมมองก็เปลี่ยนไป
“ผมคิดว่าการพูดคุยที่ดีสำคัญมาก มีบางคนที่คุยแล้วสบายใจ หัวเราะได้โดยไม่ต้องพยายาม ผมคิดว่าการได้คุยกันดีๆ เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกับเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันก็ตาม”
พร้อมยอมรับอย่างถ่อมตัวว่า
“พูดตรงๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยกล้า ผมขี้ขลาดนิดหน่อย เลยต้องใช้เวลามาก”
เมื่อถูกถามถึงอนาคตของคู่พระนางในเรื่อง หลังได้ตอนจบที่มีความสุข คิมซอนโฮยิ้มก่อนตอบว่า
“ผมไม่คิดว่าพวกเขาเลิกกันนะ ผมหวังว่าพวกเขาจะมีความสุข”
สำหรับแผนงานในอนาคต หลังได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากการกลับมาเล่นโรแมนติกคอมเมดี้อีกครั้ง เขากล่าวว่า
“ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน หากเป็นบทหรือโปรเจกต์ที่ผมอยากลอง ผมก็อยากท้าทายตัวเองอย่างกล้าหาญ และตั้งใจศึกษามันให้ดีที่สุด”
———-
คิมซอนโฮเผยความรู้สึกสุดปลื้มหลังอารีอานา กรานเด ร่วม Smile Challenge
นักแสดงหนุ่ม คิมซอนโฮ (Kim Seon Ho) เปิดใจถึงความประทับใจและความรู้สึกขอบคุณ หลังซูเปอร์สตาร์ระดับโลก อารีอานา กรานเด (Ariana Grande) เข้าร่วม Smile Challenge ที่มีต้นกำเนิดจากผลงานซีรีส์ Netflix ก่อนหน้าของเขา ระหว่างให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าวันที่ 22 มกราคม ณ คาเฟ่ย่านจงโน กรุงโซล
คิมซอนโฮ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากซีรีส์ Netflix เรื่อง Can Love Be Translated? เล่าถึงกระแส Smile Challenge ว่า
“มันเป็นชาเลนจ์ที่ผมแกล้งทำเหมือนโดนยิงแล้วหัวเราะ ซึ่งอารีอานา กรานเด เอาไปลงด้วย ตอนเห็นผมถึงกับร้องลั่นเลยครับ ผมรีบบอกเพื่อนๆ ทันทีว่า ‘เห็นอันนี้หรือยัง?’”
เมื่อถูกถามถึงการปรากฏตัวในผลงาน Netflix อย่างต่อเนื่อง และความสำเร็จที่ทำให้ฐานแฟนต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คิมซอนโฮตอบพร้อมรอยยิ้มว่า
“หลังจากผลงานก่อนหน้า ผู้ติดตามผมเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งล้านคน ช่วงนี้ผมไม่ได้ตามดูมากนัก เพราะกำลังซ้อมละครเวทีอยู่ แต่ก็รู้สึกว่ามันน่าทึ่งมากจริงๆ ที่มีแฟนต่างประเทศเพิ่มขึ้นขนาดนี้”
เขายังเสริมด้วยความถ่อมตัวว่า
“ผมอาจจะรู้สึกช้าไปหน่อยก็ได้ ก่อนหน้านี้เวลามีคนบอกว่า ‘คุณมีแฟนต่างประเทศนะ’ ผมยังไม่ค่อยรู้สึกจริงจัง แต่พอได้ไปประเทศนั้นๆ และเห็นแฟนๆ ต่อหน้าจริงๆ ถึงรู้เลยว่า ผมมีแฟนอยู่จริง มันทั้งสนุกและน่าอัศจรรย์มาก”

สำหรับซีรีส์ Can Love Be Translated? ซึ่งเริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 16 มกราคม เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เล่าเรื่องของ จูโฮจิน ล่ามหลายภาษาที่รับหน้าที่เป็นล่ามส่วนตัวให้กับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ชามูฮี (รับบทโดย โกยุนจอง) ก่อนที่ความสัมพันธ์ไม่คาดฝันจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
ที่มา (1)
