สื่อเกาหลีรายงานว่า ไอยู (IU) นักร้องและนักแสดงชื่อดัง แม้ซีรีส์เรื่อง Perfect Crown จะปิดฉากด้วยเรตติ้งสูงสุด 13.8% แต่เธอกลับไม่สามารถยิ้มได้อย่างเต็มที่ หลังผลงานเผชิญกระแสดราม่ารุนแรงตั้งแต่ต้นเรื่อง
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเกิดของ ไอยู เธอได้เช่าโรงภาพยนตร์ที่ CGV Yongsan I’Park Mall กรุงโซล เพื่อจัดกิจกรรมชมตอนจบซีรีส์ร่วมกับแฟนๆ
หลังการฉายจบลง ไอยู กล่าวกับแฟนคลับว่า ช่วงนี้เธอกำลังเตรียมอัลบั้มใหม่และซีรีส์ก็ใกล้จบ ทำให้คิดอยู่เสมอว่า “ต้องทำให้ดีกว่านี้ ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้”
เธอกล่าวต่อว่า
“ฉันควรทำให้ดีกว่านี้สำหรับทุกคน การทำให้ผิดหวังหรือแสดงด้านที่ยังไม่ดีออกมา นั่นเป็นความผิดของฉันจริงๆ ฉันจะรับผิดชอบและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อจะได้เป็นคนที่แฟนคลับยูแอนนา (ชื่อแฟนคลับ) ภูมิใจ”
ไอยู ยังเผยอีกว่า ช่วงหลังมานี้เธอคิดมากพอสมควร และเชื่อว่าหากตัวเองทำได้ดีกว่านี้ หลายอย่างอาจไม่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าจะใช้ทุกช่วงเวลาอย่างมีคุณค่า เพื่อแสดงด้านที่ดีกว่าให้แฟนๆ เห็น
เธอยังกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่ยังคงรักและสนับสนุน แม้เธอจะยังมีข้อบกพร่อง พร้อมบอกว่า ทุกคำวิจารณ์ล้วนมีเหตุผล และเธอพร้อมรับฟัง รวมถึงอยากเติบโตเป็นคนที่ดีขึ้น
ช่วงท้าย ไอยู ถึงกับเสียงสั่นและน้ำตาคลอ ก่อนโค้งขอบคุณแฟนๆ 90 องศา พร้อมกล่าวขอโทษที่ยังมีด้านที่ไม่สมบูรณ์ แต่ก็รู้สึกขอบคุณที่ทุกคนยังมอบโอกาสและความรักให้เธอเสมอ
ซีรีส์ Perfect Crown ของช่อง MBC ออกอากาศตอนจบเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม โดยทำเรตติ้งสูงสุดทั่วประเทศที่ 13.8% และในเขตเมืองหลวง 14.1% ถือเป็นสถิติสูงสุดของเรื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ถูกคาดหวังมากที่สุดแห่งปี แต่ตั้งแต่ตอนแรกก็เกิดเสียงวิจารณ์ทั้งเรื่องการแสดงของ ไอยู และ บยอนอูซอก (Byeon Woo Seok) รวมถึงบทที่อ่อนแรง การดำเนินเรื่องไม่น่าเชื่อถือ และแนวคิด “ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ” ที่ถูกมองว่าขาดความสมเหตุสมผล
ต่อมาในตอนที่ 11 ยังเกิดประเด็น “บิดเบือนประวัติศาสตร์” จนลุกลามเป็นข้อถกเถียงใหญ่ โดยมีการชี้ว่าในฉากพิธีขึ้นครองตำแหน่งของ “องค์ชายอีอัน” ใช้คำว่า “천세 (ชอนเซ)” ซึ่งปกติใช้กับรัฐบรรณาการของจักรวรรดิ แทนที่จะใช้ “만세 (มันเซ)” อันเป็นสัญลักษณ์ของรัฐเอกราช
นอกจากนี้ ยังมีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและพิธีชงชาที่ถูกมองว่าอ้างอิงวัฒนธรรมจีนมากเกินไป จนชาวเน็ตบางส่วนกังวลว่าอาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เกาหลี หรือดูเหมือนเกาหลีถูกทำให้เป็นรัฐใต้ปกครองของชาติอื่น
หลังดราม่าบานปลาย ฝ่ายผลิตซีรีส์ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ โดยยอมรับว่าทีมงานขาดความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และการสร้างโลกสมมติ พร้อมระบุว่าจะเร่งแก้ไขเสียงและซับไตเติลในเวอร์ชันรีรัน, VOD และ OTT ให้เร็วที่สุด
สุดท้าย แม้ซีรีส์จะจบลงด้วยเรตติ้งสูง แต่ก็ต้องปิดฉากท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา (1)
