ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ประจำฤดูร้อน “Omniscient Reader: The Prophecy” ผลงานกำกับโดย คิมบยองอู ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการ โดยสร้างจากเว็บโนเวลชื่อดังที่มีโลกทัศน์ขนาดใหญ่และซับซ้อน เรื่องราวของ คิมดกจา ฮีโร่ผู้เป็น “ผู้อ่านเพียงคนเดียว” จะสามารถกลายเป็นผู้กอบกู้บ็อกซ์ออฟฟิศได้หรือไม่ กำลังเป็นที่จับตามอง
เรื่องราวเล่าถึงวันที่นิยายที่ตีพิมพ์ต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี เดินทางมาถึงตอนจบ แต่โลกในนิยายกลับกลายเป็นความจริงขึ้นมา โดย คิมดกจา ตัวละครที่เป็นผู้อ่านเพียงคนเดียว ต้องร่วมมือกับตัวเอกของเรื่อง ยูจุงฮยอก และเหล่าสหาย เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่กำลังล่มสลาย
ภาพยนตร์ดัดแปลงจากเว็บโนเวลยอดนิยม โดยมีการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับรูปแบบภาพยนตร์ เพื่อถ่ายทอดโลกแฟนตาซีขนาดใหญ่ให้เข้าใจง่ายขึ้นบนจอภาพยนตร์
——–
เรื่องย่อ
นักแสดง อันฮโยซอบ (Ahn Hyo Seop) รับบท คิมดกจา ชายธรรมดาที่ทำงานเป็นพนักงานสัญญาจ้างในบริษัทเกม และเป็นผู้อ่านเพียงคนเดียวของนิยายเรื่อง
“3 วิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ล่มสลาย”
หลังอ่านตอนจบ เขาส่งอีเมลไปหานักเขียนว่า
“นิยายเรื่องนี้แย่มาก”
จากนั้นผู้เขียนเสนอให้เขาลองเขียนตอนจบเอง ก่อนที่เขาจะถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกของนิยายจริง ๆ
ระหว่างทางกลับบ้านในวันทำงานวันสุดท้าย คิมดกจาเข้าสู่โลกแฟนตาซีที่กำลังล่มสลาย และใช้ความรู้จากเนื้อเรื่องที่เขาเคยอ่าน เพื่อพยายามช่วยโลกให้รอดพ้นหายนะ
เขาได้พบกับเพื่อนร่วมทาง ได้แก่
ซังอา รับบทโดย แชซูบิน (Chae Soo Bin)
ฮยอนซอง รับบทโดย ชินซึงโฮ (Shin Seung Ho)
ฮีวอน รับบทโดย นานะ (Nana)
รวมถึงตัวเอกของนิยาย ยูจุงฮยอก รับบทโดย อีมินโฮ (Lee Min Ho)
——–
โลกแฟนตาซีขนาดใหญ่ พร้อมกลิ่นอายเกม
ภาพยนตร์นำเสนอโลกที่มีกฎเฉพาะตัว เช่น
ทำเควสต์
ต่อสู้กับมอนสเตอร์
รับเหรียญ (coin)
อัปเกรดสกิล
ซื้อไอเท็ม
องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้บรรยากาศคล้ายเกม RPG ซึ่งอาจดูแปลกใหม่สำหรับผู้ชมที่ไม่คุ้นเคยกับต้นฉบับเว็บโนเวลหรือเว็บตูน
——–
จุดเด่นของภาพยนตร์
1.โลกแฟนตาซีขนาดใหญ่และแตกต่าง
2.เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ “การเข้าไปอยู่ในนิยาย”
3.การผสมผสานระหว่างแอ็กชันและดราม่าความเป็นมนุษย์
4.มิตรภาพและการเอาชีวิตรอดในโลกที่ล่มสลาย
แม้โครงสร้างเรื่องและกฎของโลกแฟนตาซีอาจเป็น “กำแพง” สำหรับผู้ชมบางกลุ่ม แต่ภาพยนตร์ยังคงดำเนินเรื่องด้วยจังหวะที่เข้าใจง่าย ทำให้ผู้ชมทั่วไปสามารถสนุกไปกับเรื่องได้
——–
ปัญหาที่ถูกวิจารณ์
หลังเปิดตัว กลับมีเสียงวิจารณ์ว่าผลงาน ไม่สามารถถ่ายทอดคุณภาพของต้นฉบับเว็บโนเวลระดับโลกได้ดีเท่าที่ควร จนสร้างความผิดหวังให้ผู้ชมจำนวนไม่น้อย
1. ตัวละครขาดมิติ
แม้คาแรกเตอร์ของ คิมดกจา จะมีจุดเด่นตรงที่รู้ตอนจบของเรื่องทั้งหมด แต่การเล่าเรื่องกลับถูกมองว่า ผิวเผิน ไม่ได้ถ่ายทอดความฉลาดหรือความขัดแย้งภายในอย่างลึกซึ้ง
การบรรยายความคิดของตัวละคร ที่ควรช่วยสร้างอารมณ์ กลับดูเหมือนเป็นเพียงเครื่องมือขับเคลื่อนเนื้อเรื่องเท่านั้น

ตัวละครสำคัญอีกคนอย่าง ยูจุงฮยอก ก็ถูกมองว่า มีบทบาทน้อยและไม่ทิ้งความประทับใจ แม้จะเป็นแกนหลักของเรื่อง
2. การกระจายบทที่ไม่สมดุล
ตัวละครร่วมอย่าง
– ยูซังอา (แชซูบิน)
– อีฮยอนซอง (ชินซึงโฮ)
– จองฮีวอน (นานะ)
ได้รับการนำเสนอเรื่องราวไม่เท่ากัน โดยเฉพาะพล็อตอดีตของอีฮยอนซองที่ถูกเน้นซ้ำมากเกินไป จนทำให้จังหวะของเรื่องดูยืดและขาดความกระชับ
ขณะที่ตัวละคร อีจีฮเย (จีซู) ถูกวิจารณ์ว่ามีบทน้อยมาก จนผู้ชมบางส่วนตั้งคำถามว่า การคัดเลือกนักแสดงดังจำนวนมากเป็นเพียงกลยุทธ์ดึงผู้ชมหรือไม่
3. คุณภาพ CG ถูกตั้งคำถาม
ฉากแอ็กชันสำคัญ โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่สถานี ชุงมูโร ถูกมองว่า คุณภาพ CG ยังไม่สมจริง
ดีไซน์มอนสเตอร์ถูกเปรียบเทียบว่าคล้าย กราฟิกเกมยุค 2010 หรือของเล่น มากกว่าจะเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในปี 2025
เอฟเฟกต์สกิลของตัวละครบางส่วนยังถูกวิจารณ์ว่าดูไม่สมจริง แม้ผู้ชมวัยเด็กอาจสนุก แต่ผู้ชมผู้ใหญ่หลายคนรู้สึกผิดหวัง

——–
โปรเจกต์แฟนตาซีใหม่จากทีมผู้สร้าง Along With the Gods
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานจากบริษัท Realize Pictures ผู้สร้าง “Along With the Gods” ซึ่งเคยนำเสนอโลกแฟนตาซีเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย
ในขณะที่ Along With the Gods ใช้โลกแฟนตาซีที่คุ้นเคยเกี่ยวกับปรโลก
Omniscient Reader’s Viewpoint เลือกใช้ “โลกในนิยาย” เป็นฉากหลัก ซึ่งให้ประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ชม
แม้จะเป็นเพียงเหมือน บทนำของเรื่องราวขนาดใหญ่ แต่ภาพยนตร์ก็สามารถสร้างโครงเรื่องที่สมบูรณ์ในตัวเอง และกระตุ้นความอยากติดตามภาคต่อ
ที่มา (1)
