ปกติพอได้ยินคำว่าซีรีส์การแพทย์ หลายคนอาจนึกถึงห้องฉุกเฉิน การผ่าตัด หรือการแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ แต่พอดู Doctor on the Edge มาถึง EP.3-4 เราเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้กำลังเล่าอะไรที่มากกว่านั้น เพราะนี่อาจไม่ใช่เรื่องของหมอที่มารักษาคนบนเกาะ แต่เป็นเรื่องของผู้คนบนเกาะที่กำลังรักษาหมอคนหนึ่งกลับคืนมาต่างหาก
⚠️ มีสปอยล์เนื้อหาด้านล่าง
ตั้งแต่ EP.1-2 เราได้เห็น โดจีอี หมอศัลยกรรมตกแต่งจากเมืองใหญ่ที่ถูกส่งมาประจำการบนเกาะห่างไกล เขาเก่งมาก แต่ก็แบกปมในอดีตไว้หนักพอ ๆ กัน และคงไม่มีทางรู้เลยว่าการมาที่นี่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ขนาดนี้
เพราะสำหรับหมอที่อยู่ดี ๆ ต้องมาติดเกาะเขาเริ่มค้นพบว่า “คนไข้” ไม่ได้เป็นแค่ “เคส” ที่มีไว้จ่ายยาแล้วจบไป แต่ทุกเคสมีเรื่องซับซ้อนกว่าโรคที่เป็นเยอะมาก
ยกตัวอย่างเคสหนึ่งที่ดูเหมือนธรรมดา มีคุณลุงมาขอยาเพิ่มแบบเยอะๆเลย 30 วัน เขาเลยให้ตัวแรงไป แต่พอเดินออกไปคุยกับคุณพยาบาลหัวหน้ากลับรู้ว่าภายหลังว่าลุงไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด ลุงเขาเลยต้องวิ่งตามออกไปเพื่อเอายาคืนเพราะถ้าใช้ยานั้นอ่ะเสี่ยงถึงเสียชีวิต ทั้งที่ไม่มีใครบังคับให้ทำขนาดนั้น ตรงนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่าสำหรับเขา คนไข้บนเกาะนี้เริ่มไม่ได้เป็นแค่งานแล้ว
อีพีล่าสุด อีกจุดที่หนักที่สุดเท่าที่ผ่านมาเลย ซีรีส์ปูมาก่อนว่านี่คือคืนที่พายุกำลังจะเข้า แล้วคืนนั้นเด็กสาวคนหนึ่งบนเกาะก็เกิดภาวะหลอดลมอักเสบเฉียบพลันพอดี แต่ทีมแพทย์เกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพที่ออกปฏิบัติงานไม่ได้ เขาเลยต้องลงเรือออกไปกับฮารีกลางคลื่นลมแรง ทั้งที่ตัวเองก็มีทรอม่ากับทะเล ถ้าได้ดูแล้วจะเห็นว่าฉากนี้ “ฮารี” เห็นสัญญาณนั้นเลยยื่นมือไปจับเขาไว้แล้วทวงคำสัญญาที่บอกว่าจะออกไปตรวจคนไข้ด้วยกัน ทำให้เขาได้สติ และต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจให้กับเด็กกลางทะเลที่คลื่นลมกำลังแรง
สิ่งนี้แหล่ะคือความสนุก ความตื่นเต้นที่จะพาเราติดเกาะไปกับคุณหมอ และลุ้นไปกับซีรีส์เรื่องนี้ที่พูดถึงการรักษาในความหมายที่กว้างกว่าโรคภัยไข้เจ็บเพราะบางทีสิ่งที่ต้องได้รับการเยียวยาอาจไม่ใช่แค่คนไข้ แต่รวมถึงตัวหมอเองด้วย
มารอลุ้นกันว่าเมื่อเรื่องราวเดินหน้าต่อไป คนที่มารักษาผู้คนบนเกาะ จะได้รับการเยียวยาจากชุมชนที่นี่กลับคืนมามากแค่ไหน
สตรีม “หมอติดเกาะ รักติดเธอ” พร้อมซับไทย บน Disney+ ตอนใหม่มาทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 21.30 น. มีทั้งหมด 12 ตอน
